พูดคุยโดยตรงกับที่ปรึกษาอาวุโส:
💬 ให้คำปรึกษา WhatsApp

สารานุกรมการย้ายถิ่นฐาน

คู่มือรวมวิธีย้ายถิ่นฐานสู่มาเลเซียฉบับสมบูรณ์

ทีมบรรณาธิการ Easysail ·

สรุปสำคัญ

มาเลเซียมีวิธีย้ายถิ่นฐานกี่รูปแบบ? บทความนี้เปรียบเทียบ 6 เส้นทางพำนักระยะยาว ได้แก่ MM2H, PVIP, วีซ่าทำงานและ RP-T, วีซ่าสตาร์ทอัพเทคโนโลยี MTEP, การรวมครอบครัว และ Entry Permit พร้อมอธิบายเงื่อนไข ค่าใช้จ่าย ระดับความยาก การติดตามของครอบครัว และกลุ่มที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ครอบครัวและผู้เชี่ยวชาญเลือกแผนจัดตั้งถิ่นที่อยู่มาเลเซียได้อย่างเหมาะสมที่สุด

ช่องทางการขอสิทธิ์พำนักระยะยาวในมาเลเซีย สามารถแบ่งออกเป็น 6 ประเภทหลัก ได้แก่ โครงการบ้านหลังที่สอง (MM2H), วีซ่าพำนักระดับพรีเมียม (PVIP), สายงานอาชีพและบุคลากรศักยภาพสูง, สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี, การรวมครอบครัว และถิ่นที่อยู่ถาวร (Entry Permit) ก่อนตัดสินใจเลือก ควรพิจารณาเป้าหมายหลักว่าต้องการพาครอบครัวมาอยู่อาศัย ทำงานหรือทำธุรกิจในท้องถิ่น หรือมุ่งหวังการได้สิทธิ์พำนักถาวรในท้ายที่สุด เนื่องจากเงื่อนไขด้านเงินทุน สิทธิ์ในการทำงาน และระดับความยากมีความแตกต่างกันอย่างมาก

6 เส้นทางพำนักระยะยาวในมาเลเซีย

1. MM2H: เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีความพร้อมด้านสินทรัพย์

โครงการ Malaysia My Second Home (MM2H) แบ่งออกเป็นประเภท Silver, Gold, Platinum และประเภทเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) โดยสามประเภทแรกกำหนดให้มีเงินฝากประจำ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ, 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ พร้อมเกณฑ์การซื้ออสังหาริมทรัพย์ขั้นต่ำที่ 600,000 ริงกิต, 1,000,000 ริงกิต และ 2,000,000 ริงกิต ระยะเวลาวีซ่าคือ 5 ปี, 15 ปี และ 20 ปี ผู้สมัครสามารถนำคู่สมรส บุตรที่เข้าเงื่อนไข และบิดามารดาติดตามมาได้ โดยผู้สมัครที่อายุต่ำกว่า 50 ปีต้องพำนักในประเทศสะสมอย่างน้อย 90 วันต่อปี ความยากในการดำเนินการอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ประเภท Gold และ Silver โดยทั่วไปไม่อนุญาตให้ทำงานในท้องถิ่น

2. PVIP: เหมาะสำหรับนักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง

PVIP (Premium Visa Programme) ให้สิทธิ์พำนักและเดินทางเข้าออกได้หลายครั้งสูงสุดถึง 20 ปี โดยไม่มีข้อกำหนดวันพำนักขั้นต่ำ สามารถทำงาน ทำธุรกิจ และศึกษาต่อได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานรายได้ต่อเดือนอย่างน้อย 40,000 ริงกิต หรือ 480,000 ริงกิตต่อปี และฝากเงินประจำ 1,000,000 ริงกิต โดยมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าสำหรับผู้สมัครหลัก 200,000 ริงกิต และผู้ติดตามคนละ 100,000 ริงกิต เส้นทางนี้มีต้นทุนรวมสูงที่สุดและต้องการเอกสารทางการเงินที่เข้มงวด

3. วีซ่าทำงานและ RP-T: เหมาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ

ใบอนุญาตทำงาน (Employment Pass) จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากนายจ้างในมาเลเซีย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 (ค.ศ. 2026) เป็นต้นไป เกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำของ Employment Pass ทั้ง 3 ประเภทจะปรับเป็น 20,000 ริงกิตขึ้นไป, 10,000 ถึง 19,999 ริงกิต และ 5,000 ถึง 9,999 ริงกิตต่อเดือน โดยมีระยะเวลาสูงสุด 5 ถึง 10 ปี หากทำงานต่อเนื่องครบ 3 ปี มีรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 15,000 ริงกิต พร้อมทั้งผ่านเกณฑ์ด้านภาษี วุฒิการศึกษา และประสบการณ์ สามารถยื่นขอใบอนุญาตพำนักสำหรับผู้เชี่ยวชาญ (RP-T) ได้สูงสุด 10 ปี เส้นทางนี้ไม่จำเป็นต้องลงทุนจำนวนมาก ความยากขึ้นอยู่กับนายจ้างและคุณสมบัติส่วนบุคคล

4. MTEP: เหมาะสำหรับผู้ประกอบการสายเทคโนโลยี

ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพรายใหม่สามารถขอรับใบอนุญาต訪問ประเภทวิชาชีพ (Professional Visit Pass) ระยะเวลา 1 ปี และต่ออายุได้อีก 1 ปี ส่วนผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจเกิน 3 ปีขึ้นไปพร้อมงบการเงินย้อนหลัง 2 ปี สามารถยื่นขอใบอนุญาตพำนักได้สูงสุด 5 ปีและต่ออายุได้ รวมถึงสามารถนำครอบครัวติดตามมาได้เมื่อเข้าเงื่อนไข ค่าธรรมเนียมทางการ 540 ริงกิต แต่ระดับความยากขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเทคโนโลยี โมเดลธุรกิจ และหลักฐานการดำเนินงานจริง

5. การรวมครอบครัว: สำหรับผู้มีความสัมพันธ์ทางครอบครัวที่แท้จริง

คู่สมรสชาวต่างชาติของพลเมืองมาเลเซียสามารถขอใบอนุญาตเยี่ยมเยือนทางสังคมระยะยาว (Long-Term Social Visit Pass) และยื่นขออนุญาตทำงานหรือทำธุรกิจได้ ค่าธรรมเนียมมักจะต่ำ แต่ต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนสมรส การใช้ชีวิตร่วมกัน รายได้ของผู้ค้ำประกัน และเอกสารความสัมพันธ์ ทั้งนี้ วีซ่าประเภทนี้จะไม่ได้รับสิทธิ์พำนักถาวรอัตโนมัติ

6. Entry Permit: การขอสิทธิ์พำนักถาวรที่ยากที่สุด

Entry Permit ช่วยให้ชาวต่างชาติสามารถพำนักอยู่ได้โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา ครอบคลุมประเภทคู่สมรสของพลเมือง บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และชาวต่างชาติที่มีคุณสมบัติโดดเด่น เส้นทางนี้ไม่มีราคาหรือเงินลงทุนที่กำหนดไว้อย่างตายตัว การอนุมัติจะพิจารณาจากความผูกพันทางครอบครัว การทำประโยชน์แก่ประเทศในระยะยาว และประวัติการพำนัก จึงถือเป็นเส้นทางที่มีความยากสูงสุด

เลือกเส้นทางที่ใช่ตามเงื่อนไขของคุณ

หากมีเงินทุนและไม่จำเป็นต้องทำงานในท้องถิ่น สามารถพิจารณา MM2H; หากต้องการทำธุรกิจและลดข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาพำนัก ควรคำนวณงบประมาณสำหรับ PVIP; หากได้รับข้อเสนองานในมาเลเซียแล้ว ควรเริ่มต้นด้วยใบอนุญาตทำงานก่อนประเมิน RP-T; สำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยีควรเตรียมเอกสารสำหรับ MTEP; ส่วนผู้ที่สร้างครอบครัวกับชาวมาเลเซียให้เลือกเส้นทางการรวมครอบครัว สำหรับการศึกษาต่อช่วยเชื่อมโยงการศึกษาและการทำงานได้ แต่วีซ่านักเรียนไม่ใช่ช่องทางไปสู่การพำนักถาวร

คำถามที่พบบ่อย

วีซ่าพำนักระยะยาวสามารถเปลี่ยนเป็นสิทธิ์พำนักถาวรได้โดยตรงหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่ได้ MM2H, PVIP และใบอนุญาตทำงานต่างมีเงื่อนไขการต่ออายุเฉพาะตัว ส่วนสิทธิ์พำนักถาวรยังคงต้องยื่นขอแยกต่างหากตามเงื่อนไขของ Entry Permit

เส้นทางไหนมีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด?

เส้นทางทำงานและการรวมครอบครัวไม่ต้องการเงินลงทุนจำนวนมาก แต่ต้องมีตำแหน่งงานจริงหรือความสัมพันธ์ทางครอบครัวที่แท้จริง จึงไม่ควรตัดสินใจเลือกจากเพียงแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐบาล

บริการวางแผนย้ายถิ่นฐานสู่มาเลเซียโดย Easysail Global

Easysail Global มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ฮ่องกง พร้อมให้บริการแก่ครอบครัว นักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญที่กำลังพิจารณาย้ายอยู่อาศัยในมาเลเซีย เราให้บริการคัดกรองเส้นทาง เปรียบเทียบ MM2H และ PVIP ประเมินการทำงานและการร่วมทุนทางธุรกิจ วางแผนงบประมาณและกรอบเวลาของครอบครัว ตรวจสอบเอกสารและแหล่งที่มาของเงินทุนล่วงหน้า พร้อมประสานงานทรัพยากรท้องถิ่นด้านการย้ายถิ่นฐาน กฎหมาย ภาษี อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา และการตั้งรกราก เราช่วยให้ลูกค้าเข้าใจลักษณะของสิทธิ์พำนัก ต้นทุนรวม การจัดการครอบครัว และภาระผูกพันอย่างชัดเจนก่อนการลงทุนหรือยื่นคำขอ พร้อมเปรียบเทียบกับโปรแกรมของประเทศอื่นเพื่อเลือกเส้นทางที่ตอบโจทย์เป้าหมายระยะยาวได้อย่างแท้จริง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรมย้ายถิ่นฐานสู่มาเลเซีย

← บทความก่อนหน้า